
ฟันสวยแบบวางแผนได้! จัดฟันแบบใหม่ เห็นผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจรักษา
จัดฟันแบบใหม่ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนจากจัดฟันเหล็กเหล็กเป็นจัดฟันใส แต่เปลี่ยนทั้งประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรก! ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติที่สแกนฟันแบบละเอียด วางแผนการรักษาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถเห็นภาพฟันหลังจัดได้ล่วงหน้าก่อนเริ่มจัดจริง เพิ่มความมั่นใจ ลดความเสี่ยง และทำให้ฟันสวยเป๊ะตามแผนมากกว่าที่เคย
สแกนฟัน 3 มิติ คืออะไร?
สแกนฟัน 3 มิติ (3D Dental Scanning) คือเทคโนโลยีที่ใช้กล้องสแกนความละเอียดสูงในการถ่ายภาพภายในช่องปาก เพื่อสร้าง ภาพจำลองฟัน เหงือก และโครงสร้างช่องปากแบบสามมิติบนคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องใช้วัสดุพิมพ์ฟันแบบเดิมที่มักรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบาย
สแกนฟัน 3 มิติ ต่างจากพิมพ์ฟันแบบเดิมยังไง?
| หัวข้อ | พิมพ์ฟันแบบเดิม | สแกนฟัน 3 มิติ |
| วิธีการ | ใช้ถาดพิมพ์และวัสดุซิลิโคนกัดในปาก | ใช้กล้องดิจิทัลสแกนภายในช่องปาก |
| ความรู้สึก | อึดอัด แน่นปาก อาจคลื่นไส้ | สบาย ไม่ต้องกัด ไม่เลอะ |
| ความเร็ว | ใช้เวลานานกว่าจะเซ็ตตัวและส่งแล็บ | สแกนเสร็จในไม่กี่นาที |
| ความแม่นยำ | มีโอกาสผิดพลาดจากแรงกัดหรือฟองอากาศ | ความแม่นยำสูง เห็นรายละเอียดครบทุกมุม |
| การเก็บข้อมูล | เป็นชิ้นงานฟัน (ต้องเก็บด้วยมือหรือส่งแล็บ) | เป็นไฟล์ดิจิทัล บันทึก ปรับ แก้ไข ส่งต่อได้ทันที |
| ต่อยอดแผนการรักษา | ใช้ได้กับการรักษาทั่วไป | ใช้สร้างแผนจัดฟันแบบดิจิทัล และจำลองผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ |
จัดฟันใสเทคนิค Clearisma ทำไมถึง “แม่นยำกว่า” การจัดฟันแบบเดิม
1. ใช้เครื่องสแกนฟัน 3 มิติแทนการพิมพ์ฟัน
- ได้ภาพจำลองฟันแบบละเอียดระดับมิลลิเมตร เห็นโครงสร้างฟันจริงครบทุกมุม
- ลดความผิดพลาดจากการกัดไม่เต็มหรือฟองอากาศในพิมพ์ฟัน
2. วางแผนการรักษาด้วยระบบคอมพิวเตอร์
- โปรแกรมจำลองการเคลื่อนฟันล่วงหน้าทุกระยะ
- ฟันแต่ละซี่ถูกออกแบบให้ขยับอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในแต่ละช่วงเวลา
3. เห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าก่อนเริ่มจัดจริง
- สามารถตรวจสอบ เปรียบเทียบ หรือปรับแผนก่อนเริ่มได้ ทำให้ฟันเคลื่อนตรงตามเป้าหมาย
4. ออกแบบเครื่องมือเฉพาะบุคคล
- อุปกรณ์จัดฟันใส จะถูกออกแบบขึ้นใหม่ตามแผนการรักษาของแต่ละบุคคล ไม่มีการใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้อื่น สะอาด ปลอดภัย และแม่นยำทุกขั้นตอน
5. ติดตามผลด้วยเทคโนโลยี
- มีแอปพลิเคชันติดตามผล สแกนฟันผ่านมือถือ เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ๆ ลดความคลาดเคลื่อนระหว่างการรักษา
ใครบ้างที่เหมาะกับการจัดฟันแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ?
✅ 1. ผู้ที่ไม่ชอบความอึดอัดจากการพิมพ์ฟันแบบเดิม
ใครที่เคยมีประสบการณ์กัดที่พิมพ์ฟันแล้วรู้สึกแน่นปาก คลื่นไส้ หรือไม่สบาย จะชอบการสแกนฟันแบบใหม่ที่ใช้กล้อง 3D แทนการพิมพ์ฟันทันที
✅ 2. ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจจัดฟัน
เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังลังเล ไม่มั่นใจว่าผลลัพธ์ฟันจะออกมาสวยไหม เพราะเทคโนโลยีนี้จำลองภาพฟันหลังจัดได้ล่วงหน้าแบบละเอียด
✅ 3. ผู้ที่มีฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง แต่ไม่อยากติดเหล็ก
เทคโนโลยีนี้ใช้ร่วมกับการจัดฟันใสได้ดีมาก เพราะต้องอาศัยความแม่นยำในการออกแบบอุปกรณ์จัดฟันใส ให้ขยับฟันทีละนิดอย่างปลอดภัย
✅ 4. ผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่สะดวกไปคลินิกบ่อย ๆ
จัดฟันแบบใสที่ใช้ระบบดิจิทัลช่วยให้ผู้รับการรักษาและทันตแพทย์สามารถติดตามความคืบหน้าของการรักษาผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวก และประหยัดเวลามากขึ้น
✅ 5. วัยทำงานและวัยรุ่นที่ใส่ใจภาพลักษณ์
เพราะต้องการทั้งฟันเรียงสวย และกระบวนการรักษาที่ “ดูทันสมัย ไม่ยุ่งยาก” การจัดฟันด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ จึงตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสวยงามและความมั่นใจ
บทความที่คล้ายกัน : จัดฟัน Clear Aligner เหมาะกับใคร? เช็กตัวเองก่อนเริ่มจัดฟัน

สรุป
จัดฟันแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ หมดปัญหาพิมพ์ฟันแบบเดิมที่ทั้งอึดอัดและไม่แม่นยำ ด้วยการสแกนฟันแบบ 3D ที่ให้ภาพคมชัด วางแผนการรักษาด้วยระบบคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด พร้อมแสดงผลลัพธ์ให้เห็นล่วงหน้า ก่อนเริ่มจัดฟันจริง มั่นใจได้ว่าฟันจะเป๊ะตามแผนการรักษาทุกขั้นตอน
