ดัดฟันแบบใส ทางเลือกใหม่ของคนฟันห่าง ไม่อยากติดเหล็ก

ดัดฟันแบบใส ทางเลือกใหม่

ฟันห่าง ใครว่าแก้ไม่ได้? ดัดฟันแบบใสช่วยให้ฟันชิดได้อย่างไร

ดัดฟันแบบใสแก้ปัญหาฟันห่างได้ไหม? เป็นคำถามที่ Clearisma พบอยู่บ่อย ๆ เพราะปัญหานี้ส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และในบางกรณียังส่งผลต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหานี้ แต่ไม่ต้องการติดเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะ ปัจจุบันมีอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องของผลลัพธ์ ความเรียบง่าย ไม่กระทบต่อไลฟ์สไตล์ นั่นก็คือ การจัดฟันแบบใส นั่นเอง

ช่องฟันห่างเกิดจากอะไร?

1. ขนาดฟันไม่สัมพันธ์กับขากรรไกร

ถ้าฟันมีขนาดเล็ก แต่ขากรรไกรมีขนาดใหญ่ จะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างฟันมากกว่าปกติ จึงเกิดช่องว่างของฟัน

2. พันธุกรรม

ลักษณะขากรรไกรหรือขนาดฟันที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ อาจส่งผลให้เกิดช่องฟันห่างโดยธรรมชาติ

3. พฤติกรรมผิดปกติ

เช่น การดูดนิ้ว การดุนลิ้น หรือการใช้ลิ้นดันฟันเป็นประจำ อาจทำให้ฟันเคลื่อนออกจากกันจนเกิดช่องว่างได้

4. ฟันหลุด หรือฟันถอนไปแล้วไม่ได้ใส่ฟันแทน

ทำให้ฟันข้างเคียงล้ม หรือเคลื่อนที่ จนเกิดช่องว่างตามมา

5. เนื้อเยื่อระหว่างฟันหนาเกินไป

โดยเฉพาะเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างฟันหน้าบน ถ้าหนามากเกินไป จะดันให้ฟันไม่ชิดกัน

6. โรคปริทันต์ (เหงือกและกระดูกฟัน)

หากมีปัญหาสุขภาพเหงือกหรือกระดูกฟัน เช่น โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ จะทำให้ฟันโยกหรือฟันเคลื่อนได้

ดัดฟันแบบใสแก้ปัญหาฟันห่างได้ไหม?

สำหรับผู้ที่มีฟันห่างในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง การจัดฟันแบบใสสามารถเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยเครื่องมือจะถูกเปลี่ยนตามแผนการรักษาทุก 1–2 สัปดาห์ ช่วยเคลื่อนที่ฟันให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เป็นไปตามแผนการรักษาที่ทันตแพทย์วางไว้ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการประเมินโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟัน

จัดฟันใสเทคนิค Clearisma แก้ฟันห่างได้อย่างไร?

การจัดฟันใสเทคนิค Clearisma ใช้หลักการเดียวกับการจัดฟันทั่วไป คือ การเคลื่อนฟัน ให้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพียงแต่จะใช้เครื่องมือจัดฟันใส (Clear Aligners) แทนที่การใช้ลวดและเหล็ก โดยเครื่องมือจัดฟันใสจะผลิตขึ้นจากวัสดุโปร่งใสและออกแบบเฉพาะบุคคล ด้วยเทคนิค Nemo Smile ดังนี้:

1. วางแผนด้วยระบบ 3D อย่างแม่นยำ

ทันตแพทย์จะทำการสแกนฟัน และใช้ระบบ Computer 3D วางแผนตำแหน่งของฟันในแต่ละระยะ โดยคำนวณแรงที่เหมาะสมให้ฟันขยับเข้าหากัน

2. ออกแบบเครื่องมือเฉพาะบุคคล

Clearisma จะสร้างชุดเครื่องมือที่แตกต่างกันในแต่ละช่วง โดยแต่ละชิ้นจะขยับฟันไปทีละน้อย (เช่น 0.2-0.3 มม. ต่อชุด) ทำให้ค่อย ๆ ปิดช่องว่างได้อย่างแม่นยำ

 3. เปลี่ยนเครื่องมือเป็นระยะ

ผู้รับการรักษาจะต้องเปลี่ยนชุดเครื่องมือตามแผนที่กำหนด เช่น ทุก 10-14 วัน เพื่อให้แรงขยับฟันสม่ำเสมอ ซึ่งในแต่ละชุดจะมีการคำนวณตำแหน่งฟันใหม่ที่ใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนช่องว่างค่อย ๆ ปิด

 4. ติดตามผลอย่างใกล้ชิด

แม้ไม่ต้องเข้าคลินิกบ่อย แต่จะมีการติดตามผลโดยทันตแพทย์ทาง Application พร้อมการปรับแผนหากฟันเคลื่อนช้าหรือเร็วเกินไป

การจัดฟันแบบใสยังมีข้อดีหลายประการ เช่น

  • ถอดออกได้ง่าย สะดวกในการรับประทานอาหารและทำความสะอาดช่องปาก
  • ลดการระคายเคืองที่เกิดจากลวดและเหล็กจัดฟัน
  • มีแผนการรักษาที่ชัดเจนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
  • เข้าพบทันตแพทย์น้อยครั้งกว่าการจัดฟันแบบโลหะ

รีวิวจากลูกค้าจริงที่มีปัญหาฟันห่าง

สรุป

หากกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาฟันห่าง โดยไม่อยากติดเหล็ก ไม่ให้คนรอบข้างสังเกตเห็นว่ากำลังจัดฟันอยู่ การดัดฟันแบบใสอาจเป็นคำตอบที่ทั้งสวยงาม เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพในระยะยาว ช่วยให้มีรอยยิ้มที่มั่นใจมากขึ้น โดยไม่กระทบกับรูปลักษณ์ระหว่างการรักษา

หากคุณมีปัญหาฟันห่าง และสนใจการจัดฟันใส ควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อประเมินสภาพฟันและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่คล้ายกัน :

| ดัดฟันแบบใสคืออะไร? เหมาะกับใครบ้าง?