ดัดฟันใสเทคนิค Clearisma ตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคนจัดฟันรอบ2

คนจัดฟันรอบ2

ดัดฟันใส ทางเลือกสำหรับคนจัดฟันรอบ 2 ที่อยากได้ผลไวและสบายกว่าเดิม

ดัดฟันใส เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่เคยจัดฟันมาแล้วแต่ยังไม่พอใจผลลัพธ์ หรือฟันเริ่มเปลี่ยนตำแหน่งหลังถอดเครื่องมือจัดฟันแตต้องการทั้งความสวยงาม ความสบาย และการดูแลช่องปากที่ง่ายกว่าการจัดฟันแบบเดิม จัดฟันใส ด้วยเทคนิค Clearisma อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

จัดฟันใส ทำไมถึงเหมาะกับคนจัดฟันรอบ2

1. แก้ไขฟันที่เคลื่อนหลังจัดรอบแรกได้ตรงจุด

หลังจากจัดฟันรอบแรก หลายคนพบว่าฟันเริ่มเคลื่อนกลับเนื่องจาก

  • ไม่ใส่รีเทนเนอร์ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
  • มีฟันกรามซ้อน หรือฟันล้มภายหลังการถอน
  • โครงสร้างขากรรไกรยังไม่เสถียรในวัยเด็ก

ดัดฟันใสสามารถแก้ไข “จุดเล็ก ๆ ที่คลาดเคลื่อน” เหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องจัดใหม่ทั้งปาก

2. ไม่ต้องติดเหล็กซ้ำอีกครั้ง

หลายคนที่เคยใส่เหล็กจัดฟันมาแล้ว ไม่อยากกลับไปเจอความลำบาก เช่น

  • ลวดบาดปาก
  • เจ็บเวลาปรับแรงดึง
  • ห่วงเรื่องบุคลิกหรือภาพลักษณ์

ดัดฟันใสเป็นตัวเลือกที่มองแทบไม่เห็น ดูสุภาพและไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวัน

3. เหมาะกับไลฟ์สไตล์วัยผู้ใหญ่

หลายคนจัดฟันรอบสองเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน การจัดฟันใสจึงตอบโจทย์มากกว่า เพราะ

  • ถอดได้เวลาทานข้าว หรือออกงานสำคัญ
  • ไม่ส่งผลต่อบุคลิกภาพเวลาเข้าประชุมหรือนำเสนองาน
  • ดูแลฟันและเหงือกได้ง่าย ไม่สะสมคราบเหมือนเหล็กจัดฟัน

จัดฟันรอบ2 ทำไมต้องเลือกจัดฟันใสเทคนิค Clearisma ?

1. วางแผนด้วยเทคนิค Nemo Smile ผ่านระบบ Visualzed 3D Planning

แสดง VDO การเคลื่อนที่ของฟันตั้งแต่ก่อนเริ่มจัดฟันจนจัดฟันเสร็จ มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ฟันจะเรียงสวยเหมือนจัดฟันรอบแรก

2. ตรวจติดตามการรักษาแบบออนไลน์

 สแกนฟันให้ทันตแพทย์ติดตามการรักษาที่บ้านได้ แอพพลิเคชันใช้งานง่าย สะดวก ไม่ต้องเดินทางให้ทันตแพทย์เช็คฟันที่คลินิก ตอบโจทย์คนที่ไม่ค่อยมีเวลา

3. ประหยัดเวลาในการเดินทาง

ไม่ต้องเดินทางเข้ามาคลินิกทุกเดือน เข้ามาแค่ 3-4 ครั้ง ตลอดการรักษา เหมาะกับคนที่จัดฟันรอบสองแล้วมีเวลาจำกัด

4. ขั้นตอนการรักษากับ Clearisma ง่าย ๆ

  1. ปรึกษาและประเมินฟันทางออนไลน์
    ทันตแพทย์วิเคราะห์สภาพฟันเดิม ว่าสามารถจัดฟันใสเทคนิค Clearisma ได้หรือไม่ ?
  1. เคลียร์ช่องปาก และสแกนฟันเพื่อวางแผนการรักษา
    ทันตแพทย์วางแผนการรักษาผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 3 มิติ และส่งเป็น VDO แผนการรักษาให้ผู้รับการรักษา
  2. ผลิตเครื่องมือ
    ติดอุปกรณ์เคลื่อนที่ฟัน (Attachment) และรับอุปกรณ์ 5 ชุดแรก
  3. ผู้ใช้สวมใส่เครื่องมือประมาณ 20–22 ชั่วโมงต่อวัน
    ถอดเฉพาะตอนทานอาหารหรือแปรงฟัน แต่ละชุดจะใส่ประมาณ 1-2 สัปดาห์
  4. ทันตแพทย์ Monitor ติดตามการรักษาทางออนไลน์
    มีแอพพลิเคชันสำหรับการติดตามการรักษา และพูดคุยปรึกษาทันแพทย์ที่ช่องทางนั้นได้เลย
  5. ใส่รีเทนเนอร์หลังจบแผนการรักษา
    ใส่เครื่องมือครบตามแผนการรักษาแล้ว ถอดอุปกรณ์ และรับรีเทนเนอร์ เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟัน

สาเหตุหลักที่ทำให้ฟันเคลื่อนหลังจัดฟันมาแล้ว

  • ไม่ใส่รีเทนเนอร์ ฟันกลับสู่ตำแหน่งเดิมได้ง่าย
  • รีเทนเนอร์หลวมหรือพัง คุมฟันไม่อยู่ แม้จะใส่ทุกวัน
  • ไม่ติดตามผลกับทันตแพทย์ ไม่รู้ว่าฟันเริ่มเคลื่อน
  • กระดูกใบหน้าเปลี่ยนตามวัย โดยเฉพาะในวัยรุ่น
  • กัดฟันนอนกัดฟัน แรงกดซ้ำ ๆ ทำให้ฟันขยับ
  • ฟันหาย ฟันล้ม ฟันผุ เปลี่ยนการสบฟัน ทำให้ฟันอื่นเคลื่อนตาม
  • พฤติกรรมเสี่ยง ดันฟันด้วยลิ้น ดูดนิ้ว กัดของแข็ง

รีวิว / ตัวอย่างเคสจริง : กลับมาจัดฟันรอบสอง ด้วยเทคนิคจัดฟันใส Clearisma

ปัญหา:

▸เคยจัดฟันมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์สม่ำเสมอ จึงทำให้ฟันล้ม ฟันซ้อนเก

ความต้องการ:

▸ต้องการให้ฟันกลับมาเรียงตัวสวยเหมือนเดิม

แนวทางรักษา:

  • ใช้เทคนิคจัดฟันใส Clearisma
  • สแกนฟันแบบดิจิทัลและออกแบบการเคลื่อนฟันเฉพาะจุด
  • ใช้ aligner ด้านบน 8 ชุด และด้านล่าง 15 ชุด (ไม่จำกัดชุดอุปกรณ์)
  • ใช้เวลา 8 เดือน ก็ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย
  • จบการรักษาด้วยรีเทนเนอร์ใสสำหรับคงสภาพฟัน

ผลลัพธ์:

✓ ฟันเรียงตัวสวยโดยไม่ต้องกลับไปติดเหล็ก
✓ ไม่มีผลกระทบกับชีวิตการทำงาน
✓ คนรอบข้างแทบไม่รู้ว่ากำลังจัดฟันอยู่

Before&After

จัดฟันรอบ2 คุณดนิตา

สรุป

ดัดฟันใสเทคนิค Clearisma เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงรอยยิ้มโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือจัดฟันแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการจัดฟันรอบ 2 ด้วยความสะดวก ความงาม และเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าได้